Privacy Policy


นโยบายความเป็นส่วนตัว (PRIVACY POLICY)

นโยบายความเป็นส่วนตัวของ ยูโรเซ็นเตอร์ (EURO-CENTER PRIVACY POLICY)

นโยบายความเป็นส่วนตัวของเราเป็นการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลระหว่างประเทศ รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ที่ประกาศใช้ในประเทศไทย (Thailand’s Personal Data Protection Act, B.E. 2562 (2019) : PDPA) และ กฎระเบียบของสภายุโรป (EU) ที่ 2016/679 ที่กำหนดโดยสภายุโรปและคณะรัฐมนตรียุโรป และ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 ว่าด้วย การคุ้มครองบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและการเคลื่อนย้ายข้อมูลดังกล่าวอย่างเสรีตามที่อาจจะได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว และข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดหา จัดเก็บ และเปิดข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับส่วนบุคคลของท่าน

นโยบายดังกล่าวนี้ อาจจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราวตามกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงและที่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและการดำเนินกิจการของเรา

ข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลทั้งหมดที่เราครอบครองอยู่จะได้รับการกำกับดูแลโดยมีข้อกำหนดด้านนโยบายที่ได้มีการปรับให้เป็นข้อมูลปัจจุบันมากที่สุด

นโยบายนี้ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบันที่สุดจะได้รับการแจ้งกำหนดไว้ในเว็บไซต์ของเรา หรือท่านสามารถจะได้รับตามที่ได้ร้องขอโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลที่เราได้จัดหาจัดเก็บ(Personal information we collect)

ลักษณะของข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลที่เราได้จัดหาจัดเก็บจากท่าน จะรวมถึง:

• เอกลักษณ์ ลักษณะเฉพาะตัว รวมถึงสิ่งต่อไปนี้: ชื่อของท่าน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ หมายเลขโทรศัพท์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และอาชีพ

• ข้อมูลรายละเอียดบัญชีธนาคารของท่าน

• ข้อมูลทางด้านการแพทย์ (รวมถึงการวินิจฉัย ประวัติการรักษาและแผนการรักษา)

• ข้อมูลสารสนเทศที่เราจัดเก็บจากการที่เราให้บริการแก่ท่าน

• บันทึกข้อมูลต่างๆ ของการติดต่อสื่อสารของท่านกับเรา และ

• ข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับการประกันภัย

วัตถุประสงค์สำหรับเพื่อการจัดเก็บ การครอบครอง การใช้และการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราในการดำเนินการและจัดการหน้าที่และกิจกรรมต่างๆ ทางธุรกิจของเราอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์หลักของการทำงานและกิจกรรมต่างๆ ทางธุรกิจของเรา นั้นด้วยวัตถุประสงค์เหล่านี้จะรวมถึง:

• เพื่อที่จะประเมินคุณสมบัติของผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย

• เพื่อประเมินว่าสิทธิเรียกร้องอยู่ในขอบเขตความคุ้มครองประกันภัย

• เพื่อที่จะประเมินคุณภาพของการรักษาพยาบาลทางการแพทย์ที่จัดให้มี

• เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือและใช้สิทธิเรียกร้องในด้านบริการที่เกี่ยวกับข้อสัญญาที่จัดทำระหว่างเรากับผู้รับประกันของท่าน รวมถึงนายจ้าง และ/หรือบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือดำเนินการตามความประสงค์ของท่าน

• ดำเนินการประเมินสิทธิเรียกร้อง ดำเนินกระบวนการเรียกร้องสิทธิ ช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหาและให้การรับรองทั้งสิทธิที่เป็นด้านการรักษาพยาบาลและรวมถึงสิทธิด้านอื่นๆที่ไม่ใช่ด้านการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ถือกรมธรรม์และสมาชิกภายใต้ข้อกำหนดเงื่อนไขของกรมธรรม์

• ติดต่อสื่อสารกับท่าน

• ตอบรับคำถามของท่าน

• ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดของเรา และ

• ดำเนินการและปรับปรุงธุรกิจของเราที่เกี่ยวข้องกับท่าน

เราดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศอย่างไร

ข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับการจัดเก็บรวบรวมนั้นได้รับการดำเนินการโดยถูกต้องตามข้อกำหนดทางด้านกฎหมาย และในทางปฏิบัติ เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยตรงจากท่าน เราอาจจะยังเก็บข้อมูลส่วนตัวของท่านจากบุคคลอื่นเมื่อบุคคลนั้นได้รับมอบหมายอำนาจให้ดำเนินการแทนตัวท่าน

เราอาจจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางโทรศัพท์ โดยทางโทรสาร โดยทางอีเมล์หรือในรูปแบบที่เป็นเอกสารกระดาษ

เราอาจจะยังได้รับข้อมูลสารสนเทศที่รวบรวมได้จากบริษัทประกันภัยและบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือที่ช่วยท่านโดยทำหน้าที่แทนนายจ้างของท่าน ผู้รับประกันภัย หรือหน่วยงานอื่นใดเพื่อที่เราจะสามารถให้บริการแก่ท่านได้ เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านในกรณีที่ท่านได้ติดต่อกับเราเท่านั้น หรือในกรณีที่นายจ้างของท่านได้มีคำสั่งหรือแจ้งความประสงค์ให้เราดำเนินการดังกล่าวได้ รวมถึงบริษัทประกันภัยหรือบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือแก่ท่านซึ่งทำหน้าที่แทนผู้รับประกันภัยให้แก่ท่าน

เพื่อที่จะช่วยให้เราสามารถที่จะเก็บรวบรวมและครอบครองข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลได้ เราอาจจะจำเป็นต้องร้องขอจากท่าน เพื่อขอความยินยอมโดยขอให้ท่านลงนามในแบบฟอร์ม “แบบฟอร์มแสดงความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคล” จากท่าน

เราอาจจะใช้และเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านได้อย่างไรบ้าง

เราจะใช้และเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านอย่างจำกัด รวมถึง:

• สำหรับวัตถุประสงค์หลักเพื่อที่จะจัดเก็บข้อมูลตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น (ตัวอย่างเช่น เพื่อสำหรับการทำงานและกิจกรรมต่างๆ ทางธุรกิจของเรา)

• เมื่อท่านได้ให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูลหรือในการเปิดเผยข้อมูล

• ในกรณีที่จำเป็นหรือได้รับอนุญาตโดยสหภาพหรือกฎหมายของรัฐสมาชิก หรือต่อศาล/ศาลยุติธรรม

• เมื่อเรามีความเชื่ออย่างสมเหตุสมผลว่าการใช้ข้อมูลหรือการเปิดเผยข้อมูลนั้นมีความจำเป็นในอันที่จะป้องกันผลกระทบที่ร้ายแรงที่อาจจะมีต่อชีวิต หรือสุขภาพหรือความปลอดภัยของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพหรือความปลอดภัยของสาธารณชน

เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด เว้นแต่ว่าได้รับความยินยอมจากท่านหรือตามที่กฎหมายกำหนด และเราจะไม่ขายหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใดได้ทราบหรือใช้ข้อมุลส่วนบุคคลใดๆที่เราได้เก็บรวบรวมจากท่าน

ความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่าน

เราให้ความเชื่อถือแก่ท่านว่าข้อมูลสารสนเทศที่ท่านให้แก่เรานั้นจะมีความถูกต้องและเป็นข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับตัวท่าน ถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆแก่ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับตัวท่านในระหว่างช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับเรา ก็ขอให้ท่านแจ้งบอกกล่าวแก่เราด้วย

เราจะดำเนินการตามขั้นตอนที่สมเหตุสมผลในอันที่จะทำให้มั่นใจว่าข้อมุลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านนั้นได้รับการจัดเก็บ มีความเป็นปัจจุบัน มีความถูกต้องแม่นยำ มีความครบถ้วน และไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดพลาด หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่เราครอบครองไว้นั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ท่านสามารถแจ้งขอให้เราทำการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้โดยท่านสามารถติดต่อได้ที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ที่เราได้มอบหมายไว้ (รายละเอียดปรากฏด้านล่างนี้)

เราจะทำการแก้ไขข้อมูลสารสนเทศที่เราครอบครองอยู่ถ้าหากว่าเราพบว่า หรือท่านแสดงให้เห็นได้ว่าข้อมูลสารสนเทศนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ถ้าหากว่า ท่านประสงค์ที่จะทำการแก้ไขข้อมูลสารสนเทศนั้น และเราไม่เห็นด้วยว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง ดังนั้น เราจะแจ้งเหตุผลแก่ท่านเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับความเห็นนั้น

เราจะจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับท่านตราบเท่าที่จำเป็นตามคำสั่งใดๆ ที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยของท่าน จากนายจ้างของท่าน หรือตามกำหนดของบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือแก่ท่านซึ่งทำหน้าที่แทนผู้รับประกันภัยของท่าน ซึ่งบุคคลต่างๆ เหล่านี้ได้รับการเรียกว่า “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”(Data controllers) ซึ่งหมายความว่า เราจะทำการลบข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวกับท่านที่เราเก็บไว้นี้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงการลบข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่านในระบบสารสนเทศของเรา และรวมถึงข้อมูลสารสนเทศที่อยู่ในรูปแบบของเอกสารที่เป็นกระดาษซึ่งมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่าน

เราจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างสมเหตุสมผลในอันที่จะทำการปกป้องรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศของท่านให้ปลอดภัยจากการใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์ หรือการเข้าแทรกแซง หรือการทำให้เกิดความเสียหายโดยการจำกัดเข้มงวดในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เข้าไปหรือทำการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศนั้น

เราครอบครองข้อมูลสารสนเทศในรูปแบบที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ออกในรูปแบบที่เป็นเอกสารกระดาษ สำหรับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บแบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น เราได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างสมเหตุสมผลในอันที่จะทำให้มั่นใจว่าข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลนั้นได้รับการคุ้มครองป้องกันโดยมี อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเครือข่ายไฟร์วอลล์ (firewalls) มีกระบวนการรักษาความปลอดภัยในการเข้าใช้งาน และมีเทคโนโลยีในการเข้ารหัสข้อมูล ส่วนข้อมูลสารสนเทศที่เป็นในรูปแบบเอกสารกระดาษก็ได้รับการจัดเก็บรักษาในรูปแบบระบบแฟ้มเอกสารที่มีการล็อกไว้จัดเก็บไว้อย่างมั่นคงปลอดภัย

การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่าน

เราได้ทราบว่าท่านมีสิทธิอย่างทั่วไปภายใต้กฎระเบียบสหภาพยุโรปและกฎระเบียบในประเทศไทยในอันที่จะเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศของท่านดังกล่าว ที่เราได้ครอบครองอยู่ อย่างไรก็ตาม เราอาจไม่จำเป็นต้องให้ท่านเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านเท่าที่มี (นอกจากนี้):

• ซึ่งเชื่อได้ว่า ท่านได้มีข้อมูลสารสนเทศนั้นอยู่แล้ว

• การจัดหาข้อมูลสารสนเทศนั้นได้แสดงให้เห็นว่าเป็นไปไม่ได้หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับความพยายามที่ไม่เหมาะสม

• การได้รับข้อมูลหรือการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศนั้นถูกกำหนดไว้โดยชัดแจ้งโดยเขตอำนาจศาลที่เราอยู่ภายใต้บังคับซึ่งเราจะต้องปฏิบัติตาม และมีมาตรการที่เหมาะสมในอันที่จะปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ตามกฎหมายของท่าน

• เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวยังต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับตามข้อผูกพันหรือข้อกำหนดในเชิงวิชาชีพที่กำกับโดยกฎหมายของรัฐสมาชิกหรือกฎหมายแห่งสหภาพยุโรป รวมถึงภาระผูกพันตามกฎหมายของการรักษาความลับ

• กฎหมายของรัฐสมาชิกหรือกฎหมายของสหภาพยุโรปได้ขัดขวางมิให้เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศนั้นเพื่อที่จะคุ้มครอง:

เอ. ความมั่นคงของชาติ

บี. การป้องกันประเทศ

ซี. ความมั่นคงปลอดภัยของสาธารณชน

ดี. การป้องกัน การสืบสวน การสอบสวน หรือการดำเนินเกี่ยวกับความผิดทางอาญา หรือการดำเนินการลงโทษทางอาญา รวมถึงการป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นแก่สาธารณชน

อี. วัตถุประสงค์สำคัญอื่นๆสำหรับผลประโยชน์ทั่วไปของสาธารณชนของสหภาพยุโรปหรือของรัฐสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์สำคัญทางด้านเศรษฐกิจหรือทางด้านการเงินของสหภาพยุโรป หรือของรัฐสมาชิก รวมถึงด้านการเงิน การคลัง การงบประมาณ และในด้านภาษีอากร ด้านสาธารณสุขและด้านประกันสังคม

เอฟ. การปกป้องคุ้มครองเกี่ยวกับความเป็นอิสระทางด้านยุติธรรมและกระบวนการทางด้านยุติธรรม

จี. การป้องกัน การสอบสวน การสืบสวน และการดำเนินการทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดทางด้านจริยธรรมสำหรับวิชาชีพที่ได้รับการกำกับดูแล

เอช. การติดตาม การตรวจสอบ หรือการกำกับดูแลที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ แม้จะเป็นครั้งคราว ในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีตาม (เอ) ถึง (อี) และ (จี)

ไอ. การปกป้องคุ้มครองข้อมูลหรือสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

เจ. การบังคับใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายแพ่ง

ท่านสามารถแจ้งร้องขอเพื่อเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านได้โดยการติดต่อกับสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(รายละเอียดปรากฏด้านล่างนี้) ท่านอาจจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการดำเนินการสำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากว่า คำร้องขอของท่านไม่อาจจะค้นหาได้อย่างชัดแจ้งหรือเกินกว่าที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องมาจากลักษณะที่เป็นการทำซ้ำ ในกรณีดังกล่าวเราอาจจะปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอนั้น ซึ่งเราอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 30 วันนับจากวันที่แจ้ง สำหรับการดำเนินการตามคำร้องขอของท่านในการที่จะขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น

ถ้าหากว่า เราปฏิเสธคำร้องขอของท่านในการที่ท่านจะขอเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับท่านที่เราครอบครองเก็บรักษาอยู่นั้น เราจะแจ้งเหตุผลให้ท่านได้ทราบเกี่ยวกับการปฏิเสธดังกล่าวนั้น

การเปิดเผยข้อมุลสารสนเทศส่วนบุคคลให้แก่ผู้รับที่อยู่ในต่างประเทศ

ข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลใดๆ ที่ได้ส่งมายังเรานั้น อาจจะได้รับการถ่ายโอน จัดเก็บโดยหรือได้รับการเปิดเผยไปยังผู้รับในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทประกันภัยและ/หรือบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือ (แล้วแต่กรณี) และบริษัทใดๆ ดังกล่าวนั้นอาจจะมีที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจจะเพื่อวัตถุประสงค์ในการประเมินความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของสิทธิเรียกร้อง การบริการให้ความช่วยเหลือ

การปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับการสำรองและการจ่ายชำระที่ดำเนินการภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจจะได้รับการดำเนินการโดยพนักงานหรือโดยบุคคลที่สามที่กระทำการภายนอกสหภาพยุโรป หรือนอกประเทศไทย พนักงานเหล่านี้อาจจะทำงานให้แก่ ยูโรเซ็นเตอร์(Euro-Center)

ก่อนที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการเปิดเผยไปยังผู้รับในต่างประเทศ เราจะดำเนินการตามขั้นตอนที่มีเหตุมีผลอันสมควรในสภาพการณ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้รับในต่างประเทศจะไม่กระทำละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การดำเนินการตามขั้นตอนอันสมเหตุสมผลดังกล่าวอาจจะรวมถึงข้อตกลง/สัญญาที่กำหนดเป็นข้อความต้นแบบของสหภาพยุโรปหรือประเทศไทยสำหรับการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามขั้นตอนที่สมเหตุสมผลอาจจะไม่มีการดำเนินการ ถ้าหาก เราเชื่ออย่างมีเหตุผลว่า (เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้เปิดเผยไปยังผู้รับในต่างประเทศ):

• ผู้รับข้อมูลดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ที่มีผลปกป้องคุ้มครองข้อมูลสารสนเทศในทางใดทางหนึ่ง หรือทั้งหมด ซึ่งอย่างน้อยจะต้องมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างมีสาระสำคัญในแนวทางเดียวกันกับหลักการดำเนินการของสหภาพยุโรปและของประเทศไทยในการคุ้มครองข้อมูลสารสนเทศดังกล่าว และ

• มีกลไกที่ท่านสามารถเข้าถึงเพื่อดำเนินการเพื่อบังคับใช้การปกป้องคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของท่าน

การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เราจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ อย่างสมเหตุสมผลในการกำหนดว่าข้อมูลสารสนเทศที่เราได้รับนั้นเป็นข้อมูลสารสนเทศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าหากเราเชื่อว่าข้อมูลสารสนเทศนั้นเป็นข้อมูลสารสนเทศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราจะดำเนินการทำลายข้อมูลสารสนเทศนั้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ หรือเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นไม่ถูกใช้ระบุตัวตนของบุคคลใดๆ ได้

ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับบุคคลอื่นๆ ที่ท่านได้ให้ไว้

ถ้าหากข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่เราเกี่ยวกับบุคคลอื่นๆ (เพื่อวัตถุประสงค์หลักของเรา) นั้น เราเชื่อว่าท่านได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นๆ แล้วในเรื่องดังกล่าวนี้ และท่านจะต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันภายใต้หลักการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยและ/หรือของสหภาพยุโรป สำหรับการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศนั้นให้แก่เรา ถ้าหากว่าท่านไม่ได้รับความยินยอมหรือไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ท่านจะต้องแจ้งให้เราได้ทราบด้วย หรือแจ้งให้ตัวแทนของเราได้ทราบ ก่อนที่ท่านจะ

ให้ข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องนั้น เราจะไม่ต้องรับผิดชอบหรือไม่ต้องรับผิดสำหรับการละเมิดใดๆ เกี่ยวกับหลักการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่สหภาพยุโรปและ/หรือที่ประเทศไทยกำหนด

การร้องเรียน

ถ้าหากว่า ท่านเชื่ออย่างสมเหตุสมผลว่า เราไม่ได้บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา หรือไม่ได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันภายใต้กฎระเบียบของประเทศไทยและของสหภาพยุโรป ดังนั้น ขอให้ท่านกรุณาแจ้งระบุข้อวิตกกังวลหรือข้อร้องเรียนใดๆ นั้นไปยังสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (รายละเอียดปรากฏอยู่ด้านล่างนี้)

ขณะเมื่อเราประมวลผลข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับท่าน เมื่อเราได้รับการแจ้งบอกจากท่าน หรือจากนายจ้างของท่านหรือบริษัทประกันภัยที่ท่านทำประกันภัย หรือบริษัทที่ช่วยเหลือดำเนินการแทนนายจ้างของท่านหรือแทนผู้รับประกันภัยนั้น

เราอาจจะแนะนำท่านให้ติดต่อกับนายจ้างของท่าน หรือบริษัทที่ท่านทำประกันภัยไว้ หรือบริษัทให้ความช่วยเหลือดำเนินการให้ท่านนั้นก่อนเป็นลำดับแรก ถ้าหากว่าท่านมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับข้อมูลที่เราดำเนินการอันเกี่ยวข้องกับท่านนั้น เมื่อหน่วยงานหรือบุคคลต่างๆ เหล่านี้ได้ติดต่อกับท่านโดยตรง พวกเขาก็จะมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวข้อมูลของท่าน นอกจากนี้ หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านี้จะมีความรู้ชัดแจ้งขึ้นเมื่อพวกเขาได้รับทราบข้อมูลที่เราอาจจะได้ดำเนินการแล้วเกี่ยวกับท่าน การดำเนินการในลักษณะทำนองเดียวกันนี้ ถ้าหากท่านประสงค์ที่จะเพิกถอนความยินยอมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อาจจะเกี่ยวกับการให้บริการแก่ท่านนั้นไม่สามารถเป็นไปได้ ถ้าหากการติดต่อไปยังนายจ้างของท่าน หรือบริษัทประกันภัยหรือบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือดำเนินการให้ท่านนั้นไม่ใช่ทางเลือกสำหรับท่าน เราก็มีความยินดีที่จะให้ท่านติดต่อเราได้โดยตรงสำหรับการให้คำแนะนำช่วยเหลือ

เราจะให้ความเชื่อมั่นแก่ท่านเกี่ยวกับข้อวิตกกังวลหรือข้อร้องเรียนที่ได้รับการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่า จะได้รับการดำเนินการที่เหมาะสมและเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล

การติดต่อเรา

กรุณาแจ้งข้อคำถาม หรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเราและปัญหาความเป็นส่วนตัวต่างๆ ไปยัง:

เรียน:

Mr. Anders Lindgaard

สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยูโรเซ็นเตอร์

หมายเลขโทรศัพท์ +420 221 860 330


กรุณาส่ง:

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ยูโรเซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

เลขที่ 318 อาคารเอเวอร์กรีนเพลส, ชั้นที่ 10 (ใกล้กับโรงแรมเอเชีย)

ถนนพญาไท แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี

กรุงเทพฯ 10400

ประเทศไทย


ถ้าหากข้อวิตกกังวลของท่านไม่ได้รับการดำเนินการให้เป็นที่พอใจแก่ท่าน ท่านอาจจะติดต่อหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศนั้นซึ่งผู้รับประกันภัยที่ท่านทำประกันนั้นได้รับการจดทะเบียนในประเทศนั้น

ประเทศไทย ท่านอาจจะติดต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ที่อีเมล์: pr@mdes.go.th เว็บไซต์: www.mdes.go.th หมายเลขโทรศัพท์ 02 142 1033 หรือ 02 141 6747 อีกทางเลือกหนึ่งท่านอาจจะติดต่อสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐเช็ก ที่ www.uoou.cz/en และที่ +420 234 665 111 สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติม

Privacy Policy Euro-Center Bangkok ENG | THAI